ไม่ว่ารัฐบาลใดเข้ามาบริหารประเทศ ปัญหาต่างๆ มีให้คิดและติดตามแก้ไขตลอดเวลา เรื่องหนึ่งก็คือ การท่องเที่ยวในประเทศไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติยกเลิกการมาเที่ยวไทยหรือมาเที่ยวน้อยลง เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจของประเทศเขาเอง ประกอบกับปัญหาการเมืองในบ้านเรา ผลก็คือ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวแย่หรือมีอาการไม่ดีไปตามๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น บริษัททัวร์ ไกด์ ร้านอาหาร โรงแรม ร้านขายสินค้าและบริการอื่นๆ รัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหาหลายๆ ด้าน มาตรการภาษีก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2552 ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับรายจ่ายที่เป็นค่าห้องพักหรือห้องสัมมนา เพื่อช่วยเหลือธุรกิจโรงแรมหรือธุรกิจทำนองเดียวกัน ที่ได้รับผลกระทบจากการที่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการน้อยลง
การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีนี้ไม่ได้ให้กับกิจการโรงแรมหรือกิจการทำนองเดียวกันโดยตรง แต่จะให้สิทธิประโยชน์แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นผู้ใช้บริการ สามารถนำรายจ่ายค่าห้องพักหรือห้องสัมมนามาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ถึง 2 เท่า พูดง่ายๆ ว่า หากบริษัทจ่ายค่าห้องพักให้แก่พนักงาน 1,000 บาท สามารถหักเป็นรายจ่ายได้ถึง 2,000 บาท

ขณะนี้กฎหมายได้ออกมาเรียบร้อยแล้ว โดยได้มีพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 482) พ.ศ. 2552 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 179) เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายเป็นค่าห้องสัมมนาและค่าห้องพักในการอบรมสัมมนาของลูกจ้างภายในประเทศ
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้สิทธิหักรายจ่าย 2 เท่า สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากฐานกำไรสุทธิ สรุปได้ดังนี้
1.เป็นรายจ่ายค่าห้องสัมมนาและค่าห้องพักเพื่อการอบรมสัมมนาภายในประเทศไทย ห้องสัมมนาและห้องพักอาจจะไม่อยู่ในสถานประกอบการเดียวกันก็ได้ แต่จะต้องเกี่ยวเนื่องกับการอบรมสัมมนาในคราวเดียวกัน
ค่าห้องสัมมนา รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ผู้ให้บริการห้องสัมมนาเรียกเก็บเป็นค่าอาหารและเครื่องดื่มจากการใช้ห้องสัมมนาตามปกติทางการค้า
2.การอบรมสัมมนาได้จัดให้แก่ลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความสามารถลูกจ้างของตน และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของกิจการบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น
3.จัดทำโครงการการอบรมสัมมนาโดยมีหลักฐานเอกสารประกอบโครงการสัมมนา
4.ต้องจัดให้มีการอบรมสัมมนาให้เสร็จสิ้นภายในรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 ม.ค. 2552 และต้องมิใช่การฝึกอบรมให้แก่ลูกจ้างตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 437) พ.ศ. 2548
5.หักเป็นรายจ่ายเพียง 1 รอบระยะเวลาบัญชีสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังลงวันที่ 1 ม.ค. พ.ศ. 2552 (รอบระยะเวลาบัญชีเดียวเท่านั้น)
ครับ มาตรการภาษีอากรนี้คงช่วยเหลือกิจการโรงแรมหรือ กิจการทำนองเดียวกัน ให้มีรายได้จากค่าห้องพักและห้องสัมมนา เพิ่มขึ้นบ้าง

รายงานโดย :สมชาย ชูเกตุ ที่มา :โพสต์ทูเดย์ วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552