ReadyPlanet.com
dot dot
วิธีการหา “ตัวช่วย” สำหรับแก้ไขปัญหาหนี้สิน

 

วิธีการหา “ตัวช่วย” สำหรับแก้ไขปัญหาหนี้สิน

 

   ภาวะวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ส่งผลกระทบให้ธุรกิจทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กที่ไม่สามารถปรับตัวรับกับสถานการณ์ดังกล่าวเดินเข้าสู่ปัญหาทางการเงิน ซึ่งบางรายอาจจะยังไม่ถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาล แต่บางรายอาจถลำลึกไปจนถึงการถูกฟ้องร้องแล้วก็ได้ อย่างไรก็ตาม มีข้อแนะนำทางธุรกิจเกี่ยวกับการจัดการหนี้สิน เพื่อให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดได้ท่ามกลางกระแสคลื่นลมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาหนี้สิน ธุรกิจบางรายโดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมคงไม่สามารถดำเนินการได้เอง จำเป็นที่ธุรกิจจะต้องหา “ตัวช่วย” ในการดำเนินการดังกล่าว โดยมีขั้นตอนต่างๆ ดังนี้

   เตรียมความพร้อมก่อนที่จะแสวงหาความช่วยเหลือ

ก่อนที่จะไปหา “ตัวช่วย” จากภายนอก ธุรกิจควรที่จะ “ช่วยตัวเอง” เสียก่อน โดยต้องประเมินจำนวนหนี้สินทั้งหมดที่เกิดขึ้น รู้ความสามารถของตนที่จะสามารถจ่ายคืนให้กับเจ้าหนี้ได้ในแต่ละเดือน เข้าไปพบพูดคุยกับเจ้าหน้าที่สถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้เพื่อต่อรอง และให้ความสำคัญกับหนี้บางอย่างที่จำเป็นก่อน (เช่น ค่าเช่า และค่าสาธารณูปการ เป็นต้น) นอกจากนั้น สิ่งที่ต้องคำนึงไว้เสมอก่อนที่จะไปหาผู้รู้เพื่อให้คำแนะนำ หรือหาเจ้าหนี้เพื่อต่อรอง คือ

- การกู้เงินเพิ่มขึ้นมีวัตถุประสงค์เพื่อนำมาใช้แก้ไขปัญหาหนี้สินที่เกิดขึ้น นั่นหมายถึงภาระการจ่ายดอกเบี้ยจะต้องเพิ่มขึ้นด้วยอย่างแน่นอน

- หลีกเลี่ยงเงินกู้ประเภทความเสี่ยงสูง (Loan sharks) ซึ่งมักจะอยู่ในรูปของเงินเชื่อเพื่อการบริโภค (Consumer credit) ที่มักจะเรียกอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าทั่วไปมาก และมักจะถูกข่มขู่ได้ง่ายในกรณีผิดนัดชำระหนี้

- ตรวจสอบความน่าเชื่อถือขององค์กรก่อนที่จะติดต่อไป และสำรวจดูว่าคำแนะนำประเภทไหนบ้างที่จะสามารถปรึกษาได้ผ่านทางอินเตอร์เน็ตหรือทางโทรศัพท์

- หาข้อมูลให้ได้มากที่สุด เพราะบางครั้งอาจได้รับคำแนะนำฟรี หรือไม่ก็ในราคาที่สมเหตุสมผล

   เริ่มต้นหาคำแนะนำดีๆ จากพนักงานบัญชีหรือนักกฎหมาย

 

พนักงานบัญชีและนักกฎหมายมักจะเป็นผู้ที่สามารถให้คำแนะนำทางด้านการเงินที่ดีได้ โดยเฉพาะกับงานที่เขาเหล่านั้นได้ทำให้กับธุรกิจ ซึ่งถ้าธุรกิจไม่มีคนเหล่านี้ ธุรกิจอาจจะต้องจ้างบุคคลที่เหมาะสมสำหรับมาทำงานตรงนี้สักคนหนึ่ง หรือขอคำปรึกษากับผู้ที่มีประสบการณ์และความรู้ตรงกับปัญหาที่ธุรกิจกำลังประสบอยู่ โดยจะสามารถหาบุคคลเหล่านี้ได้ดีที่สุดจากการแนะนำของเพื่อน เพื่อนร่วมงาน หุ้นส่วนทางธุรกิจ ธนาคารที่ติดต่อ หรือองค์กรต่างๆ ที่มักจะไม่แนะนำเป็นตัวบุคคล แต่จะให้ข้อมูลในรูปของบัญชีรายชื่อแทน

   คำแนะนำจากสถาบันการเงินที่เป็นผู้ให้กู้ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

สถาบันการเงินส่วนใหญ่จะให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำแก่ลูกค้า แต่พึงจดจำไว้ว่าสถาบันการเงินมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ซึ่งต้องปกป้องตัวเองด้วย ผลประโยชน์หรือความสนใจอาจไม่ใช่สิ่งเดียวกับที่ธุรกิจต้องการก็ได้

ก่อนที่จะนัดหมายกับสถาบันการเงิน ธุรกิจควรรวบรวมข้อมูล และข้อเท็จจริง ตลอดจนปัญหาที่ชัดเจนพร้อมอยู่ในมือแล้ว สถาบันการเงินส่วนใหญ่มีแผนกเฉพาะสำหรับการเจรจาต่อรองกับลูกค้าที่มีปัญหาทางการเงิน ปัญหาที่แตกต่างกันย่อมต้องการการแก้ไขที่แตกต่างกันไป บางครั้งการสนทนาทางโทรศัพท์ด้วยระยะเวลาสั้นๆ นับได้ว่าเพียงพอ แต่บางสถานการณ์จำเป็นที่จะต้องมีการประชุมร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้แนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน

สถาบันการเงินมักจะให้ความสนใจต่อสถานะทางบัญชีของธุรกิจและระดับของการกู้ยืมเงินเป็นลำดับแรก เมื่อไรก็ตามที่สิ่งเหล่านี้ได้มีการทบทวนเรียบร้อยแล้ว สถาบันการเงินถึงจะเริ่มต้นพูดคุยกับธุรกิจในการวางแผนร่วมกัน นั่นหมายถึง การกำหนดเพดานเงินกู้ และรูปแบบการชำระเงิน ซึ่งอาจมีการทบทวนกันอีกรอบ เพื่อให้แผนที่ร่วมกันวางไว้สามารถตอบสนองต่อความเป็นไปได้ของธุรกิจในการจัดการหนี้สินตามข้อตกลงใหม่โดยไม่มีปัญหาต่อไปในอนาคตได้อีก

สถาบันการเงินส่วนใหญ่จะให้บทสรุปของข้อเสนอแนะที่แตกต่างกันไปในแต่ละกรณี อาทิ การทำแฟคเตอริ่งในหนี้สิน (Debt factoring) การใช้เครื่องมือที่มีอยู่ของหน่วยงานภาครัฐ หรือการแนะนำไปยังที่ปรึกษาเฉพาะด้านที่เหมาะสม

   ผู้ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับหนี้สินน่าจะเป็น “ตัวช่วย” ที่ดี

ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นผู้ที่ทำงานให้คำปรึกษากับบุคคลทั่วไปที่มีปัญหาเรื่องหนี้สิน แต่มีบางรายที่ให้คำปรึกษาแก่ธุรกิจด้วยเหมือนกัน ผู้ให้คำปรึกษาดังกล่าวอาจเป็นได้ทั้งที่ทำแบบการกุศล ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ในต่างประเทศจะมีอยู่แพร่หลาย แต่ในประเทศไทยดูเหมือนจะมีแต่เฉพาะหน่วยงานของรัฐและกึ่งรัฐเท่านั้น นอกนั้น จะเป็นการให้คำปรึกษาจากองค์กรที่คิดค่าบริการ ซึ่งมีอยู่มากมาย และแตกต่างกันไปตามชื่อเสียงและรูปแบบการให้บริการ สิ่งที่พึงระวังในกรณีนี้ก็คือ ผู้ให้คำปรึกษาจากองค์กรที่คิดค่าบริการบางแห่งอาจให้คำมั่นสัญญาว่าจะต่อรองหนี้สินจนกระทั่งธุรกิจสามารถพอที่จะชำระคืนเป็นรายเดือนได้ในที่สุด ซึ่งบางครั้งละเลยประเด็นในเรื่องของระยะเวลาการชำระเงินที่อาจต้องใช้ระยะเวลานาน และอาจต้องรับภาระดอกเบี้ยในอัตราสูงขึ้นด้วยได้

   การทำข้อตกลงร่วมกันอย่างสมัครใจ (Individual voluntary arrangement : IVA) คือบทสรุปของทั้งสองฝ่ายในการประนอมหนี้

เจ้าหนี้และลูกหนี้จะมีการทำข้อตกลงร่วมกันอย่างสมัครใจภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว โดยจะกำหนดรูปแบบและวิธีการชำระหนี้ที่เจ้าหนี้จะได้รับจากลูกหนี้ในแต่ละเดือน ภายในระยะเวลาตามที่กำหนดไว้แน่นอน หรือในกรณีที่ทรัพย์สินอย่างเช่น อสังหาริมทรัพย์สามารถนำมาจำหน่ายได้ ข้อตกลงดังกล่าวอาจระบุไว้ว่าเงินที่ขายทรัพย์สินได้นั้น จะนำมาชำระหนี้เป็นเงินก้อนทันที วิธีการนี้เป็นทางออกหนึ่งของการที่ธุรกิจจะไม่ต้องเข้าสู่ภาวะล้มละลาย และเป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะก่อให้เกิดประโยชน์หลายประการ อาทิ ช่วยประหยัดต้นทุนบางส่วนจากการที่ต้องเข้าสู่ภาวะล้มละลาย เจ้าหนี้เองก็จะสามารถได้รับมูลค่าหนี้สินคืนมามากกว่าที่เป็นอยู่ตามกระบวนการล้มละลายโดยทั่วไป สำหรับลูกหนี้ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงการมีมลทินติดตัวและข้อจำกัดต่างๆ ของการตกอยู่ในภาวะล้มละลายเช่นกัน

    โดยทั่วไป การทำ IVA มีขั้นตอนในการดำเนินการดังนี้

1. ลูกหนี้คัดเลือกตัวแทนในการจัดการหนี้สินขึ้น และจะต้องมีการจัดทำข้อเสนอ (Proposal) ที่เน้นการแสดงให้เห็นถึงผลประโยชน์ที่เจ้าหนี้จะได้รับจากการจัดการหนี้สินตามข้อเสนอนี้  โดยแสดงรายละเอียดของทุน และทรัพย์สินที่ธุรกิจคาดว่าจะสามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ได้

2. ถ้าการดำเนินการทางกฎหมายกำลังจะเกิดขึ้น ลูกหนี้สามารถยื่นเรื่องต่อศาลสำหรับการหยุดยั้งเจ้าหนี้จากการดำเนินการใดๆ ตามกฎหมายที่จะมีต่อการชำระหนี้ของลูกหนี้ได้ ซึ่งถ้าศาลยินยอมออกคำสั่งดังกล่าว เจ้าหนี้จะไม่สามารถยื่นฟ้องร้องให้ลูกหนี้ล้มละลายได้

3. เจ้าหนี้ทั้งหลายจะถูกเรียกให้มาประชุมร่วมกัน เพื่อตัดสินใจว่าจะยอมรับหรือปฎิเสธในข้อเสนอดังกล่าว ถ้าข้อเสนอได้รับความเห็นชอบแล้ว จะเป็นการผูกมัดให้เจ้าหนี้ที่เข้าร่วมประชุมเหล่านั้นต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว

4. ถ้าที่ประชุมมีมติยอมรับในข้อเสนอดังกล่าว ตัวแทนของลูกหนี้ที่ได้แต่งตั้งไว้จะมีอำนาจในการเข้ามาดูแลทรัพย์สินทั้งหมดให้เป็นไปตามรายละเอียดและเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ที่ปรากฎไว้ในข้อเสนอ

5. ข้อเสนอใดก็ตามถ้าปราศจากการยินยอมแล้ว ไม่สามารถลดสิทธิอันชอบธรรมของเจ้าหนี้ที่มีสิทธิพิเศษหรืออยู่ภายใต้การคุ้มครองต่อหนี้สินของลูกหนี้ได้

   การปรับโครงสร้างหนี้ (Debt restructuring) เป็นทางออกสำหรับธุรกิจที่มีปัญหา

ในกรณีที่สถานะทางการเงินของธุรกิจอ่อนแอลง มีความเป็นไปได้ที่ธุรกิจในฐานะลูกหนี้จะได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหนี้ นั่นหมายถึงธุรกิจอาจยื่นเงื่อนไขต่อรองโดยตัวเองหรืออาจหาคนมาช่วยทำให้ ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างหนี้สามารถทำได้ในกรณีต่างๆ ดังนี้

1. การรวมหนี้สินจากหลายๆ แหล่งมาไว้เป็นที่เดียวกัน แล้วกำหนดระยะเวลาการชำระหนี้รายเดือนเสียใหม่

2. ขอยกเลิกดอกเบี้ยค้างจ่ายทั้งหมดหรือบางส่วน

3. ยื่นข้อเสนอหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการชำระหนี้ต่อเจ้าหนี้มากขึ้น

4. ให้คำมั่นสัญญากับเจ้าหนี้ที่ตกลงยินยอมให้มีการปรับโครงสร้างหนี้

     ในการปรับโครงสร้างหนี้นั้น ถึงแม้เจ้าหนี้ทั้งหลายอาจจะรู้สึกสบายใจน้อยกว่าลูกหนี้ แต่อย่างน้อยความรู้สึกที่ได้รับของเจ้าหนี้คือ การมองเห็นถึงความพยายามของลูกหนี้ที่จะแก้ไขปัญหาหนี้สินคงค้าง นอกจากนั้น การเข้าถึงเจ้าหนี้ก็ต้องมีเทคนิคและวิธีการที่ทำให้เจ้าหนี้ประทับใจและยอมรับ อาทิ

1. ให้มองการปรับโครงสร้างหนี้จากมุมมองของเจ้าหนี้และแสดงให้เขาเห็นถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการตกลงยินยอมให้มีการปรับโครงสร้างหนี้ ตามความเป็นจริงแล้ว คำมั่นสัญญาของธุรกิจที่จะปรับตัวเองให้ดีขึ้นในอนาคต หรือท่าทีของการหลีกเลี่ยงที่จะสร้างหนี้เสียให้เกิดขึ้นน่าจะเพียงพอ

2. ข้อเสนอควรมีการเตรียมตัวเป็นอย่างดี

3. ข้อเสนอต้องเป็นไปได้ในทางปฎิบัติ เนื่องจาก เจ้าหนี้ต้องเชื่อว่าสิ่งนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ เพราะ เป็นไปได้ยากที่จะหวนกลับและร้องขอสำหรับการประนอมหนี้กันอีกต่อไปในอนาคต

 

ที่มา : http://cms.sme.go.th และ

     http://www.businesslink.gov.uk/bdotg/action




รวมบทความการจัดการธุรกิจ

การบริหารคน ให้ธุรกิจไปรอด
ทำไมต้องมีบัญชีกระแสรายวัน
ธุรกิจ SME อยากกู้เงินธนาคาร เริ่มต้นอย่างไรดี
ทำไมคนเราจึงยอมซื้อสินค้า IT ราคาแพง
เทคนิคการบริหารจัดการลูกค้่า
วิธีการให้กำลังใจตัวเองในการทำงาน
นอกจากเงิน มีสิ่งใดทำให้พนักงานมีความสุขได้อีก
10 คำถามก่อนรับพนักงานใหม่
ทิศทางการตลาดยุคดิจิตอล
กองทุนตั้งตัวได้ โอกาสสำหรับนักธุรกิจรุ่นใหม่
3 ปี (นับจากปี 2555) เศรษฐกิจไทย 'เลี่ยงความเสี่ยง- คว้าโอกาส'
กะทิชาวเกาะ “กว่าจะมาเป็น กะทิ UHT รายแรกของไทย”
เส้นทางความสำเร็จของ "หมอเส็ง"
แนวโน้มการตลาดออนไลน์
ทฤษฎีผลประโยชน์กับการลงทุน
การออกแบบเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์
Google กับการพัฒนาธุรกิจ
ความท้าทายเอสเอ็มอีไทยในปี 2554
แนวทางการบริหารเงินในปี 2554
เรื่องราวของราชารีไซเคิลเมืองไทย ที่เริ่มต้นธุรกิจเก็บขยะมาขาย จนธุรกิจเติบโตรวยเป็นเศรษฐี
สัมภาษณ์เจ้าของธุรกิจจานดาวเทียม PSI...เส้นทางกว่าจะมาถึงวันนี้
วิธีจัดการกับลูกค้าที่ชอบโวยวาย
สูตรสำเร็จ การบริหารกิจการกาแฟ (แบล็คแคนยอน) สู่ระดับสากล
Change Management
สื่อออนไลน์กับการทำธุรกิจ
การส่งต่อธุรกิจครอบครัว
เปลี่ยนงานใหม่อย่างไรไม่ให้พลาด
ขายตรงผ่านดาวเทียม
ธุรกิจอีคอมเมิซไทย..ก้าวไกลแค่ไหน
ทำอย่างไรเมื่อเงินขาดมือ
เคล็ดลับ 7 ประการในการรักษาลูกค้าให้อยู่กับเราตลอดไป
"วิกฤติเศรษฐกิจแบบนี้นักธุรกิจต้องทำอะไรบ้าง"
"ลูกหนี้" คือ "กับดัก" ของกระแสเงินสด
อย่าใช้เงินกู้ผิดประเภท
ทำอย่างไรให้อีกฝ่ายตอบ เยส (Yes) !
ให้โบนัส "สร้าง" หรือ "ทำลาย" กำลังใจ
การตลาดสำหรับธุรกิจบริการ
คติพจน์แห่งการประพฤติตนในสถานที่ทำงาน
เมื่อขงเบ้งสอนเล่าปี่เกี่ยวกับเทคนิคการบริหารเวลา
ทำไมหัวหน้าไม่ฟังลูกน้อง
10 ตัวอย่างจูงใจพนักงาน
เปิด 10 บริษัทแชมป์กำไรยอดเยี่ยม ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจ
7 วิธี…ต่อสู้กับวิกฤติเศรษฐกิจ
Comfort Care…รักษาใจในวาระสุดท้ายก่อนเลิกจ้าง
สัญญาณเตือนจากคำพูด
Work Hard กับ Work Smart
SMEs จะต้องเผชิญอะไรในปี 2552 บ้าง
เคล็ดลับการทำงาน อย่างชาวจีนที่คุณเลียนแบบได้
เลิกจ้าง...มิใช่คำตอบสุดท้าย
10 สาเหตุที่ทำให้ธุรกิจล้ม !!!
จะทำอย่างไร เมื่องานเยอะจนทำไม่ทัน
การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
THE SECRET ไขกุญแจความสำเร็จธุรกิจยุคหน้า
10 กลยุทธ์ซื้อใจมนุษย์เงินเดือน
วิธีการหลีกเลี่ยงภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว
เมื่อลูกน้องทำงานไม่ได้ดั่งใจ
การฟอกเงิน คืออะไร
ต่อรองแบบ Win-Win
เมื่อพนักงานเริ่มหมดความมุ่งมั่นในการทำงาน
ธนาคารไม่ใช่เพื่อน
นายที่ลูกน้องไม่ชอบ
การบริหารจัดการเงินสดในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(SMEs)
อย่าฆ่าเวลาจนเป็นนิสัย
10 เทคนิค...พูดอย่างมือโปร
สาเหตุของ... การคิดใหญ่ แต่...ไปไม่รอด !
เคล็ดลับ "จำกัด" จุดอ่อน
วิธีการเขียนแผนธุรกิจ
Me Too Business
รับมือลูกค้าเจ้าอารมณ์
7 วิธี เพื่อการบริการลูกค้าที่เป็นเลิศ
10 เงื่อนไขผูกใจลูกค้าให้ประสบความสำเร็จ
ทำไมคนบางประเภทจึงไม่สามารถเป็นผู้นำคนได้
ความสำเร็จที่เกิดจาก “ทีมสนับสนุน”
ประโยชน์ที่ได้รับ จากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ทำ Team ให้ Work
21 เหตุแห่งความล้มเหลวของท่านกว๋อฉาง (นักปราชญ์ชาวจีน)
10 วิธีในการเอาชนะความกลัวในการขาย
จ้างคน...ที่ใจ (Passion-Based Recruitment)
วิธีการจัดการ งานสุดเซ็งให้กลับชื่นมื่น
คัดเลือกคนที่ “ใช่”
7 วิธีในการจัดการเงินสดหมุนเวียนให้มีประสิทธิภาพ
เจรจาต่อรองอย่างผู้ชนะ
ท็อปฮิตสาเหตุ...งานไม่เดิน !!!
ทำอย่างไรให้เป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์
10 เหตุผลดีๆ ที่ควรวางแผนการเงิน
รูปแบบของธุรกิจการเงินนอกระบบ
สร้างอุปนิสัยในการทำงาน
5 อาชีพน่าสน สำหรับคน พ.ศ.นี้
ฝ่าด่าน 10 คำถามโหด สัมภาษณ์งาน
วิกฤตการณ์เงินบาทแข็ง
ทำไมต้องวางแผนการเงิน
แฟรนไซส์ (Franchise) คืออะไร
วิธีแก้ไขนิสัย ผลัดวันประกันพรุ่ง
ทำอย่างไรให้การประชุมมีประสิทธิผล และประสิทธิภาพ
เทคนิคการใช้โทรศัพท์ติดต่องาน
รับมือกับการตำหนิอย่างไรดี
คมความคิดเจ้าสัว
เขียนหนังสืออย่างไรผู้อ่าน จึงจะชอบ
ชนะใจเจ้านายด้วย 8 เคล็ดลับง่ายๆ
5 ทัศนคติดีๆ ที่ควรมีในที่ทำงาน
8 วิธีรักงานที่คุณทำ
วิธีรักษาลูกค้า
คุณลักษณะที่ช่วยให้พ้นจากความล้มเหลว
ทำอย่างไรเมื่อใจ...เบื่องาน
เปิดเคล็ดลับ เอ็มเค สุกี้ ทำอย่างไรถึงได้ชนะใจลูกค้า
11 เคล็บลับ สำหรับคนขี้ลืม
คุณเป็นคนหนึ่งใช่ไหม ที่กำลัง “หมดไฟ” ทำงาน
10 อุปนิสัยที่ไม่ควรแสดงในที่ทำงาน
ทักษะ 10 อย่างของพนักงาน...ที่นายจ้างยุคใหม่ต้องการ
บริหารเวลาให้เป็น
กลยุทธ์การเจรจาต่อรอง
หลักคิด คติพจน์และปรัชญาในการทำงาน
ตำหนิแบบไหน...ไม่ให้ลูกน้องเสียหน้า
จุดเด่น จุดด้อย ของธุรกิจครอบครัว
เมื่อกิจการไม่สามารถชำระหนี้ได้ มีวิธีการอย่างไร
เทคนิคการฟัง 3 มิติ
ทำอย่างไร...ถึงจะตั้งใจทำงานไปจนสำเร็จ
รักษาคำพูด....คือการรักษาเกียรติ
หลักสามประการในการพูด
เก่งให้เท่าก่อนที่คิดจะแซง
Working SMART (การทำงานอย่างชาญฉลาด)
อุด "รูรั่ว" กิจการ article
3 เหตุผล ที่รักษา “คนเก่ง” ไม่ได้ article
คาถา 6 P เพื่อชีวิตรุ่งโรจน์ในการทำงาน article



dot
คลังข้อมูลนักบัญชี
dot
bulletมุมบัญชี
bulletสภาวิชาชีพบัญชี
bulletกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
bulletธนาคารแห่งประเทศไทย
dot
ภาษี (Tax)
dot
bulletกรมสรรพากร
bulletสถานที่ตั้ง/เบอร์โทร สรรพากร
bulletประมวลรัษฎากร
bulletหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย
bulletDownload File บัญชี - ภาษี
dot
รวม Link เอนกประสงค์
dot
bulletอัตราแลกเปลี่ยนธนาคารต่างๆ
bulletอัตราดอกเบี้ยธนาคารพาณิชย์
bulletธนาคารพาณิชย์ต่างๆ
bulletหน่วยบริการภาษีใน กทม.
bulletตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
bulletพจนานุกรมไทย
bulletDictionary อังกฤษ > ไทย
bulletเบอร์โทรศัพท์ - พกไว้คู่กาย
bulletรวมเบอร์โทรเรียก แท็กซี่
bulletชมคลิปวีดีโอ เมืองไทยในอดีต
dot
ค้นหาบทความในเว็บไซต์

dot
dot
บริการของเรา (Service)
dot

รับทำบัญชี



เว็บไซต์ ข้อมูล ข่าวสาร บัญชี ภาษีและสาระอื่นที่น่าสนใจ
  

บริษัท พัฒนกิจ บัญชี ภาษีและฝึกอบรม จำกัด
Pattanakit Accounting Tax & Training Co., Ltd.
59/275 ซอยสุวินทวงศ์ 44 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530
โทรศัพท์  0-2956-3087, 0-2956-3588, 0-29563589, 084-1568284  โทรสาร 0-2956-3088
Website :
http://www.pattanakit.net  | Email : pattanakit2@hotmail.com

StatCounter - Free Web Tracker and Counter