| ระวังแก๊งตุ๋นอ้างสรรพากร จะคืนภาษีให้ขอเลขบัญชี

ระวังแก๊งตุ๋นอ้างสรรพากร จะคืนภาษีให้ ขอเลขบัญชี

เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2551 พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รอง ผบช.ก. กล่าวว่า จากคดีที่ตำรวจท่องเที่ยวตามจับกุมแก๊งชาวจีน 2 คน ที่ใช้กล้องขนาดจิ๋วติดตั้งตามตู้เอทีเอ็มเพื่อถอดรหัสบัตรเอทีเอ็มของผู้เสียหายไปปลอมบัตรกดเงินจากบัญชีของผู้เสียหาย ถือว่าเป็นครั้งแรกที่จับกุมเครือข่ายปลอมแปลงบัตรเอทีเอ็มที่ทำเองทุกกระบวนการ ตั้งแต่ขโมยข้อมูล รหัสบัตร และปลอมแปลงบัตรนำไปกดเงินเอง การสอบสวนพบแก๊งดังกล่าวอาจเชื่อมโยงเครือข่ายในพื้นที่ จ.นครราชสีมา จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย และภาคใต้ เจ้าหน้าที่รัฐคนไทยร่วมขบวนการอยู่ด้วย
พล.ต.ต.ปัญญากล่าวอีกว่า ขบวนการเหล่านี้อาจเกี่ยวพันกับแก๊งต้มตุ๋นที่กำลังออกอาละวาดหลอกล่อเหยื่อเพื่อเอาเงินในบัญชีธนาคารของผู้ที่หลงกล เนื่องจาก บช.ก.ได้รับร้องเรียนจากผู้เสียหายเป็นจำนวนมากว่า ขณะนี้มีแก๊งคนร้ายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากรโทรศัพท์เข้าไปหาผู้เสียหาย ทำทีว่าได้ภาษีคืนเป็นจำนวนหลักหมื่นบาท แต่เอกสารที่แจ้งไปตีกลับมา กรมสรรพากรยินดีจะทำเรื่องโอนเงินเข้าบัญชีแทนการมาติดต่อรับเองเพื่อความสะดวกและรวดเร็ว อยากเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อเด็ดขาด
รอง ผบช.ก. กล่าวต่อว่า คนร้ายกลุ่มนี้มีพฤติกรรมเดียวกับแก๊งที่หลอกว่าผู้เสียหายถูกรางวัล ให้บอกเลขบัญชีธนาคาร และเลขบัตรเอทีเอ็ม เพื่อโจรกรรมข้อมูล หรือไม่ก็หว่านล้อมให้เหยื่อไปที่ตู้เอทีเอ็มเพื่อเช็กเงินว่าโอนเข้าไป เรียบร้อยหรือไม่ แต่จะให้ทำตามขั้นตอนเมนูภาษาอังกฤษ หากผู้เสียหายรายใดหลงเชื่อจะถูกแก๊งต้มตุ๋นกลุ่มนี้หลอกโอนเงินของบัญชีตัวเองไปเข้าคนร้ายจนเกลี้ยง เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังแกะรอยล่าขบวนการนี้อยู่ เบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะเป็นแก๊งชาวจีนฮ่อ มีคนไทยร่วมแก๊งทำหน้าที่ติดต่อโทรศัพท์และเปิดบัญชีธนาคารในประเทศไทยเพื่อโอนต่อไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้ายในต่างประเทศ ขณะนี้ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.พันธนะ นุชนารถ รอง ผกก.ฝ่ายปฏิบัติการ 10 บก.ทท. จัดชุดสืบสวนดำเนินการกับขบวนการดังกล่าวแล้วเพื่อไม่ให้มีใครตกเป็นเหยื่ออีก
นายทหารหญิงยศพันเอกรายหนึ่งที่เกือบตกเป็นเหยื่อเปิดเผยข้อมูลผ่าน นสพ.ไทยรัฐว่า มีหญิงสาวโทรศัพท์เข้ามือถืออ้างเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่สาขาพญาไท ได้จัดส่งเอกสารพร้อมเช็คคืนภาษีรายได้บุคคลประจำปีจำนวนหมื่นกว่าบาทไปที่บ้านแล้ว แต่เอกสารตีกลับมาเลยไม่อยากให้เสียสิทธิ์ โดยเจ้าหน้าที่สรรพากรยินดีจะโอนเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีธนาคารให้ เพราะถ้ามาติดต่อเองจะไม่สะดวก ก่อนหลอกถามเลขบัญชีธนาคาร และเลขบัตรเอทีเอ็ม บังเอิญตนไม่มีบัตรเอทีเอ็ม หญิงสาวคนดังกล่าวจึงแนะนำให้ไปทำบัตรเอทีเอ็มเสร็จแล้วให้ โทร.กลับไปบอกข้อมูล ตนนึกเอะใจเลยโทรศัพท์ไปที่ สรรพากรเขตพญาไท ยืนยันว่าไม่มีชื่อหญิงสาวตามที่อ้าง พร้อมบอกด้วยว่าน่าจะถูกหลอกล้วงข้อมูลแน่นอน เนื่องจากมีผู้เสียหายร้องเรียนพฤติกรรมของคนร้ายกลุ่มนี้มาที่สรรพากรจำนวนมาก
ด้านนายเกียรติศักดิ์ ว่องพานิช หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ กรมสรรพากร กล่าวว่า ขณะนี้กรมสรรพากรรับทราบข้อมูลทั้งหมดแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิด ขอเตือนไปยังประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ เพราะกรมสรรพากรจะคืนภาษีอากรแก่ผู้ที่มีคำขอมายังกรมสรรพากร และจะคืนเงินดังกล่าวด้วยเช็คธนาคารที่บรรจุอยู่ในซองจดหมายสีฟ้าเท่านั้น ไม่เคยคืนเป็นเงินสด หรือโอนเข้าบัญชีธนาคารแต่อย่างใด โดยกรมสรรพากรประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยสืบหาข้อมูลและพบเบาะแสของผู้กระทำความผิดแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2551 |